หมวก 9 สไตล์ ที่สายไฮแฟชั่นต้องโดน

เชื่อว่าหนึ่งไอเทมสำคัญ ในการแต่งตัวออกจากบ้านของสาว ๆ ต้องมี “หมวก” เป็นองค์ประกอบสำคัญแน่นอน โดยสาว ๆ แต่ละคนก็จะชอบหมวกต่างสไตล์กันออกไป ตามรูปหน้า ตามชุดหรือสถานที่ที่กำลังจะเดินทางไป แต่สำหรับสาว ๆ คนไหนที่จำเป็นต้องแต่งตัวในธีมหมวก แต่ไม่รู้จะเลือกหมวกแบบไหนดี วันนี้เรามี หมวก 9 สไตล์ ที่สายไฮแฟชั่นต้องโดน มาฝากกันค่ะ ส่วนหมวก 9 สไตล์ที่เหล่าแฟชั่นนีสต้าเขานิยมกันจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย!

9 หมวกสไตล์ไฮแฟชั่น

Baseball Cap

1. Baseball Cap

แบบแรกที่เห็นผ่านตามากมายเหลือเกิน และไม่ว่าจะเป็นสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ก็ใส่สวยทั้งนั้น นั่นก็คือ Baseball Cap ค่ะ หมวกเบสบอล หรือหมวกแก๊ป แรกเริ่มเดิมทีเป็นหมวกที่นักกีฬาเบสบอลใช้สวมใส่ ซึ่งถือเป็นทรงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะสามารถใช้กันแดดได้จริง และให้ลุคสไตล์สปอร์ตเท่ ๆ ผู้หญิงใส่ได้ ผู้ชายใส่ก็ดูดีไม่แพ้กันเลยจ้า

Beanie

2. Beanie

หมวกแบบต่อมาก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน แล้วก็สามารถใส่ประยุกต์เข้ากับชุดได้หลายรูปแบบด้วย นั่นคือ Beanie เป็นหมวกฟรีไซส์ ไม่มีปีก สามารถยืดได้ตามขนาดของศีรษะ โดยส่วนใหญ่หมวกประเภทนี้จะทำมาจากไหมพรมถัก นิยมใส่กันในเมืองที่มีอากาศหนาว ไหมพรมจะช่วยให้ศีรษะอุ่นขึ้น บอกเลยว่าหมวกทรงนี้สาว ๆ ต้องมีติดตู้ไว้ เพราะนอกจากจะมีขนาดพอดีกับศีรษะ ช่วยให้ผมไม่เสียทรง หรือฟูฟ่องแล้ว ยังเป็นแอคเซสซอรี่อีกชิ้นที่เสริมลุคการแต่งตัวให้สาว ๆ ดูเก๋ไม่เบาเลยทีเดียวค่ะ

Beret

3. Beret

หมวกทรงนี้เหมาะกับการแต่งตัวเกา ๆ จะดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ และอาจจะพูดได้ว่าเป็นหมวกสุดคลาสสิกเลยก็ว่าได้ หมวกเบเร่ต์ หรือที่เรียกกันว่าหมวกจิตรกร เพราะเป็นหมวกที่จิตรกรนิยมใส่กัน โดยจุดเด่นอยู่ตรงที่วัสดุหลักทำจากผ้าสักหลาดที่ไม่มีปีกหมวก ซึ่งสามารถใส่ได้หลายแบบ เช่น เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะ, สวมครึ่งศีรษะแล้วเอียงไปด้านหลัง หรือใครจะใส่แบบตรง ๆ ก็ชิคไปอีกแบบ เรียกได้ว่าดีไซน์เก๋ เหมาะสำหรับสายแฟเป็นที่สุดเลยจ้า

Boater

4. Boater

ใครที่หาพร็อบไปภูเขาไปทะเล ที่ใส่ถ่ายรูปแล้วปัง ที่สำคัญคือสามารถบังแดดร้อน ๆ จากทะเลและลมต่าง ๆ ได้ด้วย ต้องเลือกเป็นหมวกแบบ Boater เลยค่ะ เดิมเป็นหมวกที่นักพายเรือนิยมใส่เพื่อกันแดดในช่วงฤดูร้อน มีลักษณะเป็นหมวกปีกเล็กสานจากฟาง ด้านข้างมักตกแต่งด้วยริบบิ้น โดยถือเป็นไอเทมอีกชิ้นที่ขาดไม่ได้เวลาไปเที่ยวทะเล รับรองใส่แล้วเป๊ะปังกันทั้งชายและหญิงแน่นอน

Floppy

5. Floppy

Floppy เองก็เป็นหมวกที่เหล่าแฟชั่นไอค่อนทั้งหลายนิยมใช้ในปัจจุบันเช่นกัน โดยหมวกฟลอปปี้ หรือหมวกปีกกว้าง หมวกสไตล์นี้เรียกได้ว่าช่วยบังแดดได้เป็นอย่างดี ใส่แล้วยังทำให้ดูโดดเด่นมาแต่ไกล แถมยังเหมาะกับอากาศร้อนในบ้านเรามาก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสาว ๆ มักจะนิยมใส่ไปเที่ยวทะเลนั่นเองค่ะ

Bucket Hat

6. Bucket Hat

สายฮิปสายมินิมอลต้องห้ามพลาดหมวกที่ชื่อว่า Bucket Hat โดยเด็ดขาด เรียกได้ว่าไม่พูดถึงไม่ได้เลย กับ หมวกบักเก็ต ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่น มีลักษณะเป็นหมวกทรงถังมีปีกสั้นลาดเอียงลงมา สามารถเลือกใส่ได้ 2 สไตล์ คือ สวมแบบธรรมดา หรือพับปีกหมวกด้านหน้าขึ้นเพื่อความชิค คอนเฟิร์มเลยว่าหมวกทรงนี้ใครใส่ก็รอด เพราะเข้ากับโครงหน้าของทุกคนอย่างแน่นอน

Bowler

7. Bowler

ใครอยากดูหรูผู้ดีอังกฤษ ขอแนะให้เลือกหยิบหมวกที่ชื่อว่า Bowler มาลองสวมใส่เลยค่ะ รับรองว่าดีงามพระรามแปดมาก ๆ เพราะนี่คือหมวกทรงกลมสีดำมีขอบโค้ง ซึ่งเป็นหมวกประจำตัวของนักแสดงตลกระดับโลกอย่าง ชาร์ลี แชปลิน ซึ่งถือเป็นหมวกอีกประเภทที่มีความแข็งแรงและทนทานสูง จึงได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นแรงงาน ก่อนที่ชนชั้นกลางและชนชั้นสูงจะนิยมตามมาในภายหลัง เนื่องจากเป็นไอเทมที่ช่วยเสริมให้การแต่งกายดูสุภาพขึ้น

Bobble Hat

8. Bobble Hat

มาต่อกันที่หมวกแบบ Bobble Hat ค่ะ นี่เป็นหมวกเนื้อนิ่มที่มีจุดเด่นอยู่ตรงที่มีก้อนไหมพรมอยู่ด้านบน โดยส่วนใหญ่หมวกชนิดนี้จะทำมาจากไหมพรมถัก นิยมใส่คู่กับผ้าพันคอไหมพรม ซึ่งถือเป็นไอเทมอีกชิ้นที่ขาดไม่ได้ในฤดูหนาวเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าใครได้หยิบไปใส่ ก็เป็นอันน่ารักน่ามองเสมอ

Pillbox

9. Pillbox

ปิดท้ายกันที่หมวกที่ชื่อว่า Pillbox ค่ะ นี่ถือเป็นไอเทมสำคัญ ที่สาว ๆ พลาดถือไปถ่ายภาพสวย ๆ เมื่อเที่ยวต่างประเทศไม่ได้ หมวกทรงกลมขนาดเล็ก ไม่มีปีก ซึ่งเป็นแอคเซสซอรี่อีกชิ้นที่สาวสังคมชั้นสูงนิยมสวมใส่เพื่อประดับตกแต่งศีรษะเวลาออกงานสังคม หรือเรียกง่าย ๆ ว่าใส่เพื่อความเก๋นั่นเอง เพราะหมวกประเภทนี้ไม่สามารถกันแดด ลม หรือฝนได้นะคะ

และทั้งหมดนี้คือ หมวก 9 สไตล์ ที่สายไฮแฟชั่นต้องโดน ที่เรานำมาเป็นข้อมูล ให้คนที่กำลังต้องการหมวกเป็นไอเทมในการแต่งตัว เลือกไปสวมใส่สักชิ้น เพื่อเพิ่มลุคหน้ามองให้มากขึ้นนั่นเอง สาว ๆ หรือ หนุ่ม ๆ คนไหน ที่กำลังหากระเป๋าเดินทางสุดเก๋ เพื่อเดินทางเราก็มีมาแนะนำกันนะกับ 5 แบรนด์กระเป๋าเดินทาง ที่ทนทานทุกสถานการณ์ อย่าลืมไปตำมาใช้กันนะคะ

สำหรับผู้หญิงที่รักสุขภาพและความงาม สามารถเข้าไปชมเว็บไซต์นี้ hwebd ได้เลยนะ มีเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพ ความงาม ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อนก็ได้! อย่าลืมเข้าไปชมกันนะคะ

5 แบรนด์กระเป๋าเดินทาง ที่ทนทานทุกสถานการณ์

5 แบรนด์กระเป๋าเดินทาง ที่ทนทานทุกสถานการณ์ เคยไหมคะ? เวลาจะต้องเดินทางไกล ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ไม่รู้จะเลือกกระเป๋าเดินทางแบบไหน ให้ทนกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เราจะต้องเจอแบบไม่คาดคิดให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกของเครื่องบิน การลากผ่านพื้นดินที่ขรุขระ และสถานการณ์ต่าง ๆ บางครั้งการเลือกกระเป๋าที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ มันอาจจะทำให้เรามีปัญในการท่องเที่ยวได้ อย่างเช่นเข็น ๆ อยู่ล้อหลุด หรือไม่ก็ต้องเจอกันสถานการณ์ซิปพัง เรื่องเหล่านี้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครในการเดินทาง ก็สร้างความรำคาญทั้งนั้น แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปทันที หากท่านเลือกกระเป๋าแบรนด์ดัง 5 แบบ ที่การันตีเรื่องความทนทาน ที่ bisajuga จะแนะนำต่อไปนี้

5 แบรนด์กระเป๋าเดินทาง

อเมริกัน ทัวร์ริสเตอร์ (American Tourister)

1. อเมริกัน ทัวร์ริสเตอร์ (American Tourister)

มาเริ่มกันที่แบรนด์แรกเลยค่ะ สำหรับ American Tourister เชื่อว่าไม่มีนักเที่ยวหรือคนที่สนใจเรื่องการเดินทางคนไหนไม่รู้จัก เพราะเป็นแบรนด์กระเป๋าเดินทางขวัญใจนักเที่ยวทั่วโลก ตัวกระเปาจะมีรูปทรงและเฉดสีที่ทันสมัยมาก ๆ แถมยังมีให้นักเดินทางเลือกใช้ได้หลายรูปแบบ ทั้งชนิดของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นแบบแข็ง หรือแบบผ้า ขนาดไซส์ต่าง ๆ ที่มีครบทุกไซส์และได้มาตราฐานสากล เนื่องจากอยู่ในเครือบริษัท Samsonite จึงมั่นใจในคุณภาพได้เป็นอย่างดี ว่ามันจะสามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งผู้ใช้หลาย ๆ คนต่างการันตีเป็นเสียงเดียวกัน ว่าทนทานต่อสถานการณ์ต่าง ๆ มาก ๆ ฉะนั้น  American Tourister จึงเป็นกระเป๋าเดินทางฟังก์ชั่นครบ ในรคาเอื้อมถึง ที่ใคร ๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของได้นั่นเองค่ะ

แซมโซไนท์ (Samsonite)

2. แซมโซไนท์ (Samsonite)

มาต่อกันที่แบรนด์ที่สองเลยค่ะ คราวนี้ขอแนะนำเป็น Samsonite แบรนด์ดังอีกแบรนด์ ที่นักเดินทางจากทั่วโลกนิยมใช้ โดยแบรนด์นี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก และมีความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี สำหรับความโดดเด่นของกระเป๋าเดินทาง Samsonite จะมาในส่วนของวัสดุที่แข็งแรงสุด ๆ ไม่ว่าทริปของท่านจะบุกป่าฝ่าดงมากขนาดไหน กระเป๋า Samsonite  ก็พร้อมจะเดินทาวงไปกับท่าน แบบไม่มีการสร้างปัญหาระหว่างทางแน่นอน ตัวดีไซน์จะมาพร้อมกับดีไซน์สุดทันสมัย และหลากหลายขนาดให้เลือกซื้อได้ตามความต้องการ แต่ก่อนแบรนด์นี้ขึ้นชื่อว่าแพงมาก แพงแบบจับต้องไม่ได้ แต่ปัจจุบัน Samsonite มีกระเป๋าที่หลากหลายมากขึ้น นักเดินทางจึงสามารถเลือกซื้อได้หลากหลายราคา แต่เรื่องประสิทธิภาพ รับรองว่ายังคงความมาตรฐานแน่นอน

เดลซี่ (Delsey)

3. เดลซี่ (Delsey)

กระเป๋าเดินทางสุดทนแบรนด์ที่สาม คือแบรนด์ Delsey ที่กำลังมาแรงมาก ๆ ในประเทศไทย แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นมาก ๆ ในเรื่องของการดีไซน์ ที่เน้นความคลาสสิคแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับความนวัตกรรมรุ่นใหม่ พร้อมรูปแบบที่ออกมาให้ เน้นการใช้งานที่สะดวกสบาย ผลิตจากวัสดุที่มีความทนทาน  ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นทริปสุดลุย หรือทริปฟีลคุณหนูสุดเรียบหนูก็ผ่านฉลุย! ที่สำคัญคือราคาของ Delsey อยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่สูงมาก ฉะนั้น ไม่ว่าใครก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ค่ะ

ริโมว่า (Rimowa)

4. ริโมว่า (Rimowa)

ริโมว่า หรือ Rimowa เป็นแบรนด์ที่สร้างกระเป๋าเดินทางสุดหรูระดับโลกอีกแบรนด์ ที่การันตีเรื่องคุณภาพการใช้งาน และดีไซน์ที่ล้ำนำสมัย แต่กระเป๋าเดินทางจากแบรนด์นี้ อาจจะเหมาะกับคนที่บัตเจตมากกว่าปกติสักหน่อย โดยตัวกระเป๋าเดินทางถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1898 เป็นที่จดจำในเรื่องของนวัตกรรมสุดล้ำของกระเป๋าเดินทาง รวมถึงการใช้อลูมิเนียมที่มีความทนทานแต่มีน้ำหนักเบา มาเป็นวัสดุในการผลิตกระเป๋า ทำให้กระเป๋าเดินทาง Rimowa ขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักที่เบา และความแข็งแรงทนทาน เมื่อนำมาร่วมกับการออกแบบที่หรูหราแต่คลาสสิค จึงทำให้ราคาของกระเป๋าเดินทาง Rimowa นั้นค่อนข้างจะสูงนิดนึง แต่หากท่านยอมลงทุน มันจะเป็นกระเป๋าเดินทางที่ทนทานต่อการใช้งาน ซึ่งบอกเลยว่าคุ้มค่ากับการซื้อมาก ๆ

ULKA

5. ULKA

มาถึงกระเดินทางสุดหรูแบรนด์สุดท้าย ที่การันตีเรื่องความทนทาน และเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นั่นคือแบรนด์ ULKA กระเป๋าเดินทางแบรนด์นี้ ได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์กระเป๋าสุดหรู และเป็นกระเป๋าอัจฉริยะ ด้วย AI Robotics Auto Follow Suitcase ที่เป็นกระเป๋าเดินทางอัจฉริยะตัวแรกของโลก! ความเริ่ดเหนือแบรนด์อื่น ๆ คือ สามารถเดินตามเจ้าของได้แบบว่าไม่ต้องลากให้เมื่อยมือ โดยใช้กล้อง Kinect Sensor ที่สามารถจดจำเจ้าของได้อย่างรวดเร็วภายในเสี้ยวนาที ในส่วนของระยะทางสูงสุดถึง 20 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเต็ม 1 ครั้ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักสัมภาระในกระเป๋าด้วย หากใส่ของเยอะก็อาจจะใช้ได้ไม่ถึง 20 กิโลเมตร  ส่วนการออกแบบบอกเลยว่าหรูหรามาก ๆ รับรองว่าลากผ่านใครเขาก็ต้องมองตามกันเป็นแถว ฉะนั้น ULKA จึงถือเป็นกระเป๋าอัจฉริยะ ที่นักเดินทางทั้งหลาย ควรเลือกซื้อมากเก็บไว้ เพื่อทุ่นแรงในการเดินทางให้กับท่าน

ใครที่กำลังมีแพลนจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ รีบไปตำกระเป๋าแบรนด์ดัง 1 ใน 5 แบบ ที่การันตีเรื่องความทนทาน เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการเดินทางให้ทริปของท่าน ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปเลยค่ะ การใช้กระเป๋าเดินทางที่ดีและทนทาน จะช่วยเซฟท่านจากสถานการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ฉะนั้น ทุกครั้งที่เดินทางไกล ต้องเลือกกระเป๋าเดินทางกันดี ๆ นะคะ