5 เรื่องต้องรู้ ก่อนรับน้องแมวมาเลี้ยง

แมวถือเป็นสัตว์รักอิสระ และยากที่จะควบคุม แม้บางครั้งมันอาจจะขี้อ้อนจนเราหลงหัวปักหัวปำ  แต่บางครั้งมันก็อาจจะอารมณ์สวิง มาดุร้ายได้ในนาทีต่อมาเช่นกัน ฉะนั้น ก่อนที่เพื่อน ๆ จะนำน้องแมวมาเลี้ยงหรือดูแล เพื่อน ๆ ต้องทราบ 5 เรื่องต้องรู้ ก่อนรับน้องแมวมาเลี้ยง ที่เราจะนำเสนอในวันนี้ก่อน เราเชื่อว่าหากเพื่อน ๆ รู้เรื่องเหล่านี้แล้ว มันจะทำให้เพื่อน ๆ สามารถเลี้ยงน้องแมวได้อย่างราบรื่นแน่นอน

5 เรื่องต้องรู้ก่อนเลี้ยงน้องแมว

แทรกในข้อ-1

1. รู้การเลือกเลี้ยงแมวในบ้านหรือนอกบ้าน

อย่างที่ทราบกันดี ว่าแมวเป็นสัตว์ที่เลี้ยงได้ทั้งในและนอกบ้าน และเราไม่จำเป็นต้องพาแมว ออกไปเดินเล่นข้างนอกเหมือนกับสุนัขแต่อย่างใด เนื่องจากสุนัขเป็นนักล่าที่เน้นการเคลื่อนไหวมากกว่า (ยกเว้นสุนัขตัวเล็ก) ต่างจากแมวที่เป็นนักล่าแบบซุ่มโจมตี อาศัยวิ่งไว ๆ ระยะสั้น ๆ ไม่ได้วิ่งนานหรือวิ่งไกล อีกทั้งยังใช้กระบะทรายในการขับถ่าย จึงพูดได้ว่าไม่จำเป็นต้องพาแมวออกข้างนอก เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงอันตรายจากเห็บหมัด สิ่งสกปรก หรือแม้กระทั่งสัตว์ใหญ่ตัวอื่นกัด

แต่ถึงอย่างนั้น แมวก็ต้องการการเปิดหูเปิดตาเช่นเดียวกัน เนื่องจากมันจะช่วยทำให้น้องแมว มีความสมดุลทางร่างกายและจิตใจให้กับแมวได้ แต่การพาออกไปข้างนอก เพื่อน ๆ จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ต้องใส่สายจูงและสายรัดทุกครั้ง และควรฝึกให้ชินตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนสำหรับใครไม่ถนัดจูงออกไปนอกบ้าน แต่ยังอยากให้แมวได้มีชีวิตภายนอกบ้าง ก็อาจจะทำกรงให้วิ่ง ทำบันไดให้กระโดดบริเวณนอกบ้านก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมยึดโครงสร้างให้แน่นหนา ใช้มุ้งลวดที่แข็งแรงสำหรับกลางแจ้ง และปิดหลังคาให้มิดชิดด้วย

2. รู้เรื่องการดูแลขนและเล็บแมว

แมวเป็นสัตว์มีขน และแมวบางสายพันธุ์ก็มีขนที่หนามาก ๆ ด้วย ฉะนั้น เรื่องการดูแลขนและเล็บ ก่อนที่จะรับน้องแมวมาเลี้ยงจึงค่อนข้างสำคัญ เพราะไม่ว่าจะแมวขนสั้นหรือขนยาว ขนเยอะหรือขนน้อย ต่างก็ต้องการการดูแลขนกันทั้งนั้น สังเกตได้จากการที่พวกมันมักจะเลียขน เลียตัว เพื่อทำความสะอาดอยู่เสมอ ดังนั้นเจ้าของอย่างเราจึงต้องกันดูแลเพื่อไม่ให้ขนกระจุกรวมกันเป็นสังกะตัง เป็นก้อนขน เป็นแผล หรือหลุดร่วง จนตามมาซึ่งโรคผิวหนังหรือลำไส้อุดตัน ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องโกนขนออก ถือเป็นเรื่องแย่สำหรับแมวมาก ๆ

แทรกในข้อ-2

3. รู้การเลือกของเล่นแมว

ส่วนใหญ่แล้วเจ้าเหมียวจะต้องมีของเล่น ซึ่งการเลือกของเล่นให้แมว ก็เป็นเรื่องที่เจ้าของต้องเรียนรู้ในการเลือกเช่นกัน โดยหลักสำคัญที่สุดในการเลือกของเล่นให้แมว คือ ต้องเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสม หลีกเลี่ยงของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่แมวจะกลืนลงไปได้ พวกไหมพรมก็เช่นกัน โดยของเล่นที่แนะนำส่วนใหญ่จะเป็นของที่แข็งแรง โยน ขว้าง แทะ ตะปบ หรือตะครุบก็ไม่เสียหาย ไม่ก็พวกของเล่นที่มีแคทนิปอยู่ข้างใน

ซึ่งจะกระตุ้นให้แมวอยากเล่น แต่ต้องระวังแมวจะพยายามกัด หรือพยายามแทะด้วย นอกจากนี้พวกของเล่นที่ดุ๊กดิ๊กแค่บางส่วน เช่น หนูหางดิ้น ลูกบอลมีกระดิ่ง ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด คือ เจ้าของต้องเล่นด้วย หาทางให้มันวิ่ง กระโดด หรือกระโจน แค่เพียงมีลูกปิงปองแล้วโยนเล่นสักหน่อย เหมียวก็พร้อมจะสนุกแล้วล่ะค่ะ

4. รู้เรื่องการพาแมวไปหาหมอและฉีดวัคซีน

น้องเหมียวเป็นสัตว์ที่ต้องได้รับวัคซีนเช่นเดียวกับน้องหมา ซึ่งในส่วนนี้เจ้าของทั้งหลาย จะต้องหาคลินิกที่ใกล้บ้านที่เชื่อถือได้ อาจจะขับรถดูในละแวกใกล้เคียง ค้นหาจากอินเตอร์เน็ต หรือสอบถามเพื่อบ้าน เพื่อนสนิท ทาสแมวคนอื่นก็ได้ จากนั้นก็ลองเข้าไปพูดคุยปรึกษาเบื้องต้น เช่น กฎกติกาเป็นอย่างไร เปิด-ปิดกี่โมง มีเจ้าหน้าที่มากน้อยแค่ไหน พนักงานใส่ใจมั้ย ราคาเท่าไหร่ เบื้องต้นควรฉีดวัคซีนหรือดูแลอะไรบ้าง เมื่อพูดคุยกันลงตัวแล้วก็ค่อยพาแมวมาดูแล ตรวจสุขภาพ และฉีควันซีนตามสมควร ซึ่งต้องบอกเลยว่าวัคซีนเป็นสิ่งจำเป็นมาก แม้จะรักษาโรคไม่ได้ แต่ป้องกันได้ โดยอย่างน้อย ๆ ต้องได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัด หวัดแมว วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า วัคซีนป้องกันลูคิเมีย และวัคซีนป้องกันเอดส์ เป็นต้น

แทรกในข้อ-3

5. รู้วิธีรับมือเมื่อไม่อยู่บ้านนานหลายวัน

สุดท้ายเป็นการู้วิธีรับมือเมื่อไม่อยู่บ้านนานหลายวัน อย่างที่ทราบกันดีว่าแมวเป็นสัตว์รักอิสระ บางทีมันก็ชอบออกจากบ้านไปหลายวัน กว่าจะกลับเข้ามาอีกครั้ง และนั่นอาจจะทำให้เจ้าของกังวลใจ ส่วนอีกรณีคือเจ้าของไม่อยู่บ้านหลายวัน ก็ต้องหาทางรับมือกับเรื่องนี้ด้วย โดยต้องหาคนมาช่วยดูแลแมว ถ้า 2-3 วัน ก็อาจจะให้คนมาช่วยให้ข้าว ให้น้ำสักแป๊บนึงได้ แต่ถ้านานกว่านั้น ควรทำไปฝากไว้บ้านญาติที่คุ้นชิน หรือเคยเลี้ยงแมว ไม่ก็นำไปฝากเลี้ยงที่โรงแรมแมวจะดีที่สุด แต่ถ้าเป็นไปได้ควรให้แมวอยู่บ้าน และมีคนอื่น เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เข้ามาช่วยดูแลจะดีกว่า เพราะแมวบางตัวอาจจะไม่ผ่อนคลายเมื่ออยู่แปลกที่ หรืออยู่กับคนแปลกหน้าได้ สำหรับคนที่แพ้ขนน้องแมวแต่อยากเลี้ยง เมื่อรู้วิธีการเลี้ยงแล้ว ไปหา สายพันธุ์เจ้าเหมียว ที่คนรักแมวแพ้ขนเลี้ยงได้ กันต่อเลยดีกว่า

เชื่อเถอะว่าหากเพื่อน ๆ นำ 5 เรื่องต้องรู้ ก่อนรับน้องแมวมาเลี้ยง ที่เราแนะนำไปปรับใช้ เพื่อน ๆ จะไม่พบปัญหาในการดูแลน้องแมวแน่นอน และใครอยากจะพาน้องแมวสุดรักไปเที่ยวผ่อนคลาย เราขอแนะนำที่นี้เลย จุดเช็คอินรับลมหนาว พร้อมชมทุ่งดอกไม้บ้านสะพรั่งใกล้กรุงเทพ พร้อมพาน้องแมวไปถ่ายรูปสวย ๆ อัพลง IG อวดเพื่อน ๆ กันแล้วก็ตามไปอ่านกันได้เลย ว่าจะมีที่ไหนน่าเที่ยงบ้าง!

หมวก 9 สไตล์ ที่สายไฮแฟชั่นต้องโดน

เชื่อว่าหนึ่งไอเทมสำคัญ ในการแต่งตัวออกจากบ้านของสาว ๆ ต้องมี “หมวก” เป็นองค์ประกอบสำคัญแน่นอน โดยสาว ๆ แต่ละคนก็จะชอบหมวกต่างสไตล์กันออกไป ตามรูปหน้า ตามชุดหรือสถานที่ที่กำลังจะเดินทางไป แต่สำหรับสาว ๆ คนไหนที่จำเป็นต้องแต่งตัวในธีมหมวก แต่ไม่รู้จะเลือกหมวกแบบไหนดี วันนี้เรามี หมวก 9 สไตล์ ที่สายไฮแฟชั่นต้องโดน มาฝากกันค่ะ ส่วนหมวก 9 สไตล์ที่เหล่าแฟชั่นนีสต้าเขานิยมกันจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย!

9 หมวกสไตล์ไฮแฟชั่น

Baseball Cap

1. Baseball Cap

แบบแรกที่เห็นผ่านตามากมายเหลือเกิน และไม่ว่าจะเป็นสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ก็ใส่สวยทั้งนั้น นั่นก็คือ Baseball Cap ค่ะ หมวกเบสบอล หรือหมวกแก๊ป แรกเริ่มเดิมทีเป็นหมวกที่นักกีฬาเบสบอลใช้สวมใส่ ซึ่งถือเป็นทรงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะสามารถใช้กันแดดได้จริง และให้ลุคสไตล์สปอร์ตเท่ ๆ ผู้หญิงใส่ได้ ผู้ชายใส่ก็ดูดีไม่แพ้กันเลยจ้า

Beanie

2. Beanie

หมวกแบบต่อมาก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน แล้วก็สามารถใส่ประยุกต์เข้ากับชุดได้หลายรูปแบบด้วย นั่นคือ Beanie เป็นหมวกฟรีไซส์ ไม่มีปีก สามารถยืดได้ตามขนาดของศีรษะ โดยส่วนใหญ่หมวกประเภทนี้จะทำมาจากไหมพรมถัก นิยมใส่กันในเมืองที่มีอากาศหนาว ไหมพรมจะช่วยให้ศีรษะอุ่นขึ้น บอกเลยว่าหมวกทรงนี้สาว ๆ ต้องมีติดตู้ไว้ เพราะนอกจากจะมีขนาดพอดีกับศีรษะ ช่วยให้ผมไม่เสียทรง หรือฟูฟ่องแล้ว ยังเป็นแอคเซสซอรี่อีกชิ้นที่เสริมลุคการแต่งตัวให้สาว ๆ ดูเก๋ไม่เบาเลยทีเดียวค่ะ

Beret

3. Beret

หมวกทรงนี้เหมาะกับการแต่งตัวเกา ๆ จะดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ และอาจจะพูดได้ว่าเป็นหมวกสุดคลาสสิกเลยก็ว่าได้ หมวกเบเร่ต์ หรือที่เรียกกันว่าหมวกจิตรกร เพราะเป็นหมวกที่จิตรกรนิยมใส่กัน โดยจุดเด่นอยู่ตรงที่วัสดุหลักทำจากผ้าสักหลาดที่ไม่มีปีกหมวก ซึ่งสามารถใส่ได้หลายแบบ เช่น เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะ, สวมครึ่งศีรษะแล้วเอียงไปด้านหลัง หรือใครจะใส่แบบตรง ๆ ก็ชิคไปอีกแบบ เรียกได้ว่าดีไซน์เก๋ เหมาะสำหรับสายแฟเป็นที่สุดเลยจ้า

Boater

4. Boater

ใครที่หาพร็อบไปภูเขาไปทะเล ที่ใส่ถ่ายรูปแล้วปัง ที่สำคัญคือสามารถบังแดดร้อน ๆ จากทะเลและลมต่าง ๆ ได้ด้วย ต้องเลือกเป็นหมวกแบบ Boater เลยค่ะ เดิมเป็นหมวกที่นักพายเรือนิยมใส่เพื่อกันแดดในช่วงฤดูร้อน มีลักษณะเป็นหมวกปีกเล็กสานจากฟาง ด้านข้างมักตกแต่งด้วยริบบิ้น โดยถือเป็นไอเทมอีกชิ้นที่ขาดไม่ได้เวลาไปเที่ยวทะเล รับรองใส่แล้วเป๊ะปังกันทั้งชายและหญิงแน่นอน

Floppy

5. Floppy

Floppy เองก็เป็นหมวกที่เหล่าแฟชั่นไอค่อนทั้งหลายนิยมใช้ในปัจจุบันเช่นกัน โดยหมวกฟลอปปี้ หรือหมวกปีกกว้าง หมวกสไตล์นี้เรียกได้ว่าช่วยบังแดดได้เป็นอย่างดี ใส่แล้วยังทำให้ดูโดดเด่นมาแต่ไกล แถมยังเหมาะกับอากาศร้อนในบ้านเรามาก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสาว ๆ มักจะนิยมใส่ไปเที่ยวทะเลนั่นเองค่ะ

Bucket Hat

6. Bucket Hat

สายฮิปสายมินิมอลต้องห้ามพลาดหมวกที่ชื่อว่า Bucket Hat โดยเด็ดขาด เรียกได้ว่าไม่พูดถึงไม่ได้เลย กับ หมวกบักเก็ต ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่น มีลักษณะเป็นหมวกทรงถังมีปีกสั้นลาดเอียงลงมา สามารถเลือกใส่ได้ 2 สไตล์ คือ สวมแบบธรรมดา หรือพับปีกหมวกด้านหน้าขึ้นเพื่อความชิค คอนเฟิร์มเลยว่าหมวกทรงนี้ใครใส่ก็รอด เพราะเข้ากับโครงหน้าของทุกคนอย่างแน่นอน

Bowler

7. Bowler

ใครอยากดูหรูผู้ดีอังกฤษ ขอแนะให้เลือกหยิบหมวกที่ชื่อว่า Bowler มาลองสวมใส่เลยค่ะ รับรองว่าดีงามพระรามแปดมาก ๆ เพราะนี่คือหมวกทรงกลมสีดำมีขอบโค้ง ซึ่งเป็นหมวกประจำตัวของนักแสดงตลกระดับโลกอย่าง ชาร์ลี แชปลิน ซึ่งถือเป็นหมวกอีกประเภทที่มีความแข็งแรงและทนทานสูง จึงได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นแรงงาน ก่อนที่ชนชั้นกลางและชนชั้นสูงจะนิยมตามมาในภายหลัง เนื่องจากเป็นไอเทมที่ช่วยเสริมให้การแต่งกายดูสุภาพขึ้น

Bobble Hat

8. Bobble Hat

มาต่อกันที่หมวกแบบ Bobble Hat ค่ะ นี่เป็นหมวกเนื้อนิ่มที่มีจุดเด่นอยู่ตรงที่มีก้อนไหมพรมอยู่ด้านบน โดยส่วนใหญ่หมวกชนิดนี้จะทำมาจากไหมพรมถัก นิยมใส่คู่กับผ้าพันคอไหมพรม ซึ่งถือเป็นไอเทมอีกชิ้นที่ขาดไม่ได้ในฤดูหนาวเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าใครได้หยิบไปใส่ ก็เป็นอันน่ารักน่ามองเสมอ

Pillbox

9. Pillbox

ปิดท้ายกันที่หมวกที่ชื่อว่า Pillbox ค่ะ นี่ถือเป็นไอเทมสำคัญ ที่สาว ๆ พลาดถือไปถ่ายภาพสวย ๆ เมื่อเที่ยวต่างประเทศไม่ได้ หมวกทรงกลมขนาดเล็ก ไม่มีปีก ซึ่งเป็นแอคเซสซอรี่อีกชิ้นที่สาวสังคมชั้นสูงนิยมสวมใส่เพื่อประดับตกแต่งศีรษะเวลาออกงานสังคม หรือเรียกง่าย ๆ ว่าใส่เพื่อความเก๋นั่นเอง เพราะหมวกประเภทนี้ไม่สามารถกันแดด ลม หรือฝนได้นะคะ

และทั้งหมดนี้คือ หมวก 9 สไตล์ ที่สายไฮแฟชั่นต้องโดน ที่เรานำมาเป็นข้อมูล ให้คนที่กำลังต้องการหมวกเป็นไอเทมในการแต่งตัว เลือกไปสวมใส่สักชิ้น เพื่อเพิ่มลุคหน้ามองให้มากขึ้นนั่นเอง สาว ๆ หรือ หนุ่ม ๆ คนไหน ที่กำลังหากระเป๋าเดินทางสุดเก๋ เพื่อเดินทางเราก็มีมาแนะนำกันนะกับ 5 แบรนด์กระเป๋าเดินทาง ที่ทนทานทุกสถานการณ์ อย่าลืมไปตำมาใช้กันนะคะ

สำหรับผู้หญิงที่รักสุขภาพและความงาม สามารถเข้าไปชมเว็บไซต์นี้ hwebd ได้เลยนะ มีเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพ ความงาม ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อนก็ได้! อย่าลืมเข้าไปชมกันนะคะ

5 สายพันธุ์เจ้าเหมียว ที่คนรักแมวแพ้ขนเลี้ยงได้

เชื่อว่าคงมีเหล่าทาสแมวจำนวนไม่น้อย ที่รักและเอ็นดูเจ้าเหมียวมาก ๆ แต่ไม่กล้ารับน้องกลับมาเลี้ยง หรือดูแลเองที่บ้านได้ เนื่องจากมีอาการแพ้ขนแมว ทุกครั้งที่สัมผัสจะรู้สึกคันยุกยิกตลอดเวลา แต่เหล่าทาสแมวทั้งหลายหันมาฟังทางนี้ค่ะ วันนี้ bisajuga มีเจ้าเหมียว 5 สายพันธุ์เจ้าเหมียว ที่คนรักแมวแพ้ขนเลี้ยงได้ แบบไม่ต้องกลัวแพ้ขน ส่วนเจ้าเหมียวทั้งสายพันธุ์จะมีอะไรบ้าง และแต่ละตัวจะน่ารักน่ามองขนาดไหน ตามไปดูพร้อม ๆ กันเลย!

5 สายพันธุ์เจ้าเหมียว สำหรับคนเป็นภูมิแพ้

เจ้าเหมียวสฟิงซ์ – Sphynx

1. เจ้าเหมียวสฟิงซ์ – Sphynx

มาเริ่มกันที่เจ้าเหมียวพันธุ์แรก นั่นก็คือเจ้าเหมียวสฟิงซ์  หรือ Sphynx  ถือเป็นแมวที่เหมาะกับเหล่าทาสแมวที่เป็นภูมิแพ้ หรือคนแพ้ขนแมวมากที่สุด เนื่องจากร่างกายแทบจะไม่มีขนเลย จึงช่วยลดการเกาะของสารก่อภูมิแพ้ หรือโปรตีน Fel d 1 ลงได้ โดยว่ากันว่าแมวสฟิงซ์มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแคนาดา ตั้งแต่สมัยทศวรรษที่ 1960 เป็นแมวขนาดกลาง อายุเฉลี่ย 15-20 ปี นิสัยดี ขี้อ้อน ขี้หนาว ฉลาด ร่าเริง ติดเจ้าของ เข้ากับคน เด็ก และสัตว์เลี้ยงตัวอื่นได้ดี เหมาะกับการเลี้ยงในบ้าน และแม้จะไม่ค่อยมีขน หรือขนบางและสั้นมาก แต่ก็ยังต้องการการแปรงขนเป็นประจำเหมือนกันนะคะ

เจ้าเหมียวไซบีเรียน – Siberian

2. เจ้าเหมียวไซบีเรียน – Siberian

ต่อมาเป็นเจ้าเหมียวไซบีเรียน หรือ Siberian  เจ้าเหมียวพันธุ์นี้จะมีขนหนาถึงสองชั้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย แต่ต้องบอกเลยว่าเป็นแมวที่เหมาะกับคนแพ้ขนอีกหนึ่งสายพันธุ์ เพราะปัจจุบันมีการตรวจพบแล้วว่า ขนของมันมีโปรตีนที่เกิดจากน้ำลาย หรือ Fel d 1 ต่ำมาก ซึ่งอย่างที่บอกไปแล้วว่า สิ่งที่ทำให้คนเกิดอาการแพ้ก็มาจากโปรตีนชนิดนี้ ฉะนั้น เมื่อมีอยู่น้อยก็ทำให้เสี่ยงแพ้น้อยนั่นเอง โดยว่ากันว่าแมวไซบีเรียน เป็นแมวธรรมชาติสายพันธุ์เก่าแก่ ปรากฏตัวครั้งแรกในยุค 1870 ต้นกำเนิดมาจากประเทศรัสเซีย เป็นแมวขนาดกลางถึงใหญ่ ขนยาว ทนหนาวได้ดี นิสัยฉลาด ร่าเริง ขี้เล่น ขี้อ้อน ชอบอยู่เป็นคู่ ชอบกระโดดขึ้นที่สูง และแม้จะเข้าสังคมไม่เก่ง แต่ก็เป็นมิตรกับเด็กและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นอยู่พอสมควรเลย ฉะนั้น หากทาสแมวอยากจะเอาน้องมาเลี้ยง ต้องซื้อมาเลี้ยงเป็นคู่เท่านั้นนะคะ

เจ้าเหมียวคอร์นิช เรกซ์ - Cornish Rex

3. เจ้าเหมียวคอร์นิช เรกซ์ – Cornish Rex

เจ้าเหมียวสายพันธุ์ต่อมาเป็นเจ้าเหมียวที่ชื่อว่า คอร์นิช เรกซ์ ไม่ว่าทาสแมวคนไหนได้เจอเจ้าเหมียวสายพันธุ์นี้เข้าไป ก็เป็นอันต้องตกหลุมรักไปตาม ๆ กัน เพราะมีขนที่นุ่มและโดดเด่นแล้ว ยังทำให้มีโอกาสหลุดร่วงน้อย จนเหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้หรือคนที่แพ้ขนอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น แต่ขนของมันยังคล้ายกับขนของพูเดิล ที่มีสารก่อภูมิแพ้น้อย และไม่ต้องดูแลมากอีกต่างหาก งานนี้จึงทำให้เหมียวพันธุ์นี้กลายเป็นแมวที่เหมาะกับคนแพ้ง่ายสุด ๆ โดยแมวคอร์นิช เรกซ์ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ

ตั้งแต่ยุค 50 ลักษณะเด่น คือ ผิวย่น ๆ ขนสั้นกุดเป็นหย่อม ๆ แต่ก็มีเสน่ห์ชวนมองไม่เบา ส่วนลักษณะนิสัยร่าเริง ขี้เล่น อยากรู้อยากเห็น และชอบเป็นจุดสนใจ แต่หากตัดสินใจจะรับน้องมาเลี้ยง คุณเจ้าของต้องมีเวลาให้น้องมากหน่อยนะคะ มิเช่นนั้นน้องอาจจะน้อยใจจนป่วยได้ค่ะ

เจ้าเหมียวเดวอน เร็กซ์ - Devon Rex

4. เจ้าเหมียวเดวอน เร็กซ์ – Devon Rex

เจ้าเหมียวพันธุ์ต่อมา คือเจ้าเหมียวที่มีชื่อว่า เดวอน เร็กซ์ ซึ่งลักษณะจะคล้าย ๆ กับ คอร์นิช เรกซ์ แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดซะทีเดียว โดยลักษณะจะมีขนชั้นเดียว แถมยังเป็นขนที่สั้นและหยิกด้วย จึงทำให้มีโอกาสหลุดร่วงน้อย ผลัดขนต่ำ ส่งผลให้แพร่กระจายสารก่อภูมิแพ้ให้กับผู้เลี้ยงได้ยาก โดยว่ากันว่าเจ้าแมวเดวอน เร็กซ์ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ เป็นแมวขนาดกลาง

หนักประมาณ 8 ปอนด์ อายุเฉลี่ยประมาณ 9-13 ปี หัวใหญ่ ทรงสามเหลี่ยม ดวงตากลมโต จมูกงุ้ม หูกาง มองดูคล้ายเอลฟ์ ขนสั้นเป็นลอน หลากสี หลายขนาด และเปราะบางมาก บางตัวก็ไม่มีขน ฉะนั้น คุณเจ้าของห้ามแปรงขนเด็ดขาด ส่วนนิสัยขี้เล่น กระตือรือร้น พลังงานเยอะ ชอบกิน ชอบให้คนสนใจ แถมยังชอบกระโดดโลดเต้นหรือปีนป่ายด้วย และเข้ากับเข้ากับเด็กได้ดีค่ะ

เจ้าเหมียวรัสเซียน บลู - Russian Blue

5. เจ้าเหมียวรัสเซียน บลู – Russian Blue

สุดท้ายเป็นเจ้าเหมียวพันธุ์รัสเซียน บลู เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ไม่มีการผลัดขน หรือขนหลุดร่วงหลุดน้อยมาก ๆ  จึงช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ผู้เลี้ยงเกิดอาการแพ้ได้มากดี ซึ่งว่ากันว่าเจ้าแมวรัสเซียน บลู คาดกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากทางตอนเหนือของประเทศรัสเซีย ถือเป็นแมวชนชั้นสูงเพราะถูกเลี้ยงโดยเชื้อพระวงศ์ ลักษณะเด่น คือ เป็นแมวพันธุ์ใหญ่ ตากลมโต หัวแบนกว้าง ลำตัวยาวเรียว ขนสั้น อ่อน หนา นุ่ม สีเทาเงินล้วน ไร้รอยด่างใด ๆ นิสัยสุภาพ เรียบร้อย น่ารัก ขี้อ้อน ขี้เล่น แต่ก็ขี้อาย ที่สำคัญฉลาด สามารถเข้ากับเด็กและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นได้ดี นอกจากนี้ยังดูแลไม่ยาก แค่คุณเจ้าของทั้งหลายแปรงขนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เท่านี้ก็เป็นการดูแลเจ้ามเหมียวสายพันธุ์นี้แป็นอย่างดีแล้วค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับน้องเหมียว 5 สายพันธุ์ ที่คนแพ้ขนสัตว์หรือเป็นภูมิแพ้เจ้าเหมียวสามารถเลี้ยงได้ที่เรานำมาฝาก แต่ละสายพันธุ์ล้วนน่ารักน่าเลี้ยงทั้งนั้นเลยว่าไหมเอ่อย? แต่ไม่ว่าจะสะดวกรับน้องเหมียวสายพันธุ์ไหนมาเลี้ยง ก็ต้องพ่วงด้วยการดูแลเอาใจแบบเต็มที่กันด้วยนะคะ

5 แบรนด์กระเป๋าเดินทาง ที่ทนทานทุกสถานการณ์

5 แบรนด์กระเป๋าเดินทาง ที่ทนทานทุกสถานการณ์ เคยไหมคะ? เวลาจะต้องเดินทางไกล ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ไม่รู้จะเลือกกระเป๋าเดินทางแบบไหน ให้ทนกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เราจะต้องเจอแบบไม่คาดคิดให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกของเครื่องบิน การลากผ่านพื้นดินที่ขรุขระ และสถานการณ์ต่าง ๆ บางครั้งการเลือกกระเป๋าที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ มันอาจจะทำให้เรามีปัญในการท่องเที่ยวได้ อย่างเช่นเข็น ๆ อยู่ล้อหลุด หรือไม่ก็ต้องเจอกันสถานการณ์ซิปพัง เรื่องเหล่านี้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครในการเดินทาง ก็สร้างความรำคาญทั้งนั้น แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปทันที หากท่านเลือกกระเป๋าแบรนด์ดัง 5 แบบ ที่การันตีเรื่องความทนทาน ที่ bisajuga จะแนะนำต่อไปนี้

5 แบรนด์กระเป๋าเดินทาง

อเมริกัน ทัวร์ริสเตอร์ (American Tourister)

1. อเมริกัน ทัวร์ริสเตอร์ (American Tourister)

มาเริ่มกันที่แบรนด์แรกเลยค่ะ สำหรับ American Tourister เชื่อว่าไม่มีนักเที่ยวหรือคนที่สนใจเรื่องการเดินทางคนไหนไม่รู้จัก เพราะเป็นแบรนด์กระเป๋าเดินทางขวัญใจนักเที่ยวทั่วโลก ตัวกระเปาจะมีรูปทรงและเฉดสีที่ทันสมัยมาก ๆ แถมยังมีให้นักเดินทางเลือกใช้ได้หลายรูปแบบ ทั้งชนิดของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นแบบแข็ง หรือแบบผ้า ขนาดไซส์ต่าง ๆ ที่มีครบทุกไซส์และได้มาตราฐานสากล เนื่องจากอยู่ในเครือบริษัท Samsonite จึงมั่นใจในคุณภาพได้เป็นอย่างดี ว่ามันจะสามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งผู้ใช้หลาย ๆ คนต่างการันตีเป็นเสียงเดียวกัน ว่าทนทานต่อสถานการณ์ต่าง ๆ มาก ๆ ฉะนั้น  American Tourister จึงเป็นกระเป๋าเดินทางฟังก์ชั่นครบ ในรคาเอื้อมถึง ที่ใคร ๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของได้นั่นเองค่ะ

แซมโซไนท์ (Samsonite)

2. แซมโซไนท์ (Samsonite)

มาต่อกันที่แบรนด์ที่สองเลยค่ะ คราวนี้ขอแนะนำเป็น Samsonite แบรนด์ดังอีกแบรนด์ ที่นักเดินทางจากทั่วโลกนิยมใช้ โดยแบรนด์นี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก และมีความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี สำหรับความโดดเด่นของกระเป๋าเดินทาง Samsonite จะมาในส่วนของวัสดุที่แข็งแรงสุด ๆ ไม่ว่าทริปของท่านจะบุกป่าฝ่าดงมากขนาดไหน กระเป๋า Samsonite  ก็พร้อมจะเดินทาวงไปกับท่าน แบบไม่มีการสร้างปัญหาระหว่างทางแน่นอน ตัวดีไซน์จะมาพร้อมกับดีไซน์สุดทันสมัย และหลากหลายขนาดให้เลือกซื้อได้ตามความต้องการ แต่ก่อนแบรนด์นี้ขึ้นชื่อว่าแพงมาก แพงแบบจับต้องไม่ได้ แต่ปัจจุบัน Samsonite มีกระเป๋าที่หลากหลายมากขึ้น นักเดินทางจึงสามารถเลือกซื้อได้หลากหลายราคา แต่เรื่องประสิทธิภาพ รับรองว่ายังคงความมาตรฐานแน่นอน

เดลซี่ (Delsey)

3. เดลซี่ (Delsey)

กระเป๋าเดินทางสุดทนแบรนด์ที่สาม คือแบรนด์ Delsey ที่กำลังมาแรงมาก ๆ ในประเทศไทย แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นมาก ๆ ในเรื่องของการดีไซน์ ที่เน้นความคลาสสิคแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับความนวัตกรรมรุ่นใหม่ พร้อมรูปแบบที่ออกมาให้ เน้นการใช้งานที่สะดวกสบาย ผลิตจากวัสดุที่มีความทนทาน  ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นทริปสุดลุย หรือทริปฟีลคุณหนูสุดเรียบหนูก็ผ่านฉลุย! ที่สำคัญคือราคาของ Delsey อยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่สูงมาก ฉะนั้น ไม่ว่าใครก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ค่ะ

ริโมว่า (Rimowa)

4. ริโมว่า (Rimowa)

ริโมว่า หรือ Rimowa เป็นแบรนด์ที่สร้างกระเป๋าเดินทางสุดหรูระดับโลกอีกแบรนด์ ที่การันตีเรื่องคุณภาพการใช้งาน และดีไซน์ที่ล้ำนำสมัย แต่กระเป๋าเดินทางจากแบรนด์นี้ อาจจะเหมาะกับคนที่บัตเจตมากกว่าปกติสักหน่อย โดยตัวกระเป๋าเดินทางถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1898 เป็นที่จดจำในเรื่องของนวัตกรรมสุดล้ำของกระเป๋าเดินทาง รวมถึงการใช้อลูมิเนียมที่มีความทนทานแต่มีน้ำหนักเบา มาเป็นวัสดุในการผลิตกระเป๋า ทำให้กระเป๋าเดินทาง Rimowa ขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักที่เบา และความแข็งแรงทนทาน เมื่อนำมาร่วมกับการออกแบบที่หรูหราแต่คลาสสิค จึงทำให้ราคาของกระเป๋าเดินทาง Rimowa นั้นค่อนข้างจะสูงนิดนึง แต่หากท่านยอมลงทุน มันจะเป็นกระเป๋าเดินทางที่ทนทานต่อการใช้งาน ซึ่งบอกเลยว่าคุ้มค่ากับการซื้อมาก ๆ

ULKA

5. ULKA

มาถึงกระเดินทางสุดหรูแบรนด์สุดท้าย ที่การันตีเรื่องความทนทาน และเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นั่นคือแบรนด์ ULKA กระเป๋าเดินทางแบรนด์นี้ ได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์กระเป๋าสุดหรู และเป็นกระเป๋าอัจฉริยะ ด้วย AI Robotics Auto Follow Suitcase ที่เป็นกระเป๋าเดินทางอัจฉริยะตัวแรกของโลก! ความเริ่ดเหนือแบรนด์อื่น ๆ คือ สามารถเดินตามเจ้าของได้แบบว่าไม่ต้องลากให้เมื่อยมือ โดยใช้กล้อง Kinect Sensor ที่สามารถจดจำเจ้าของได้อย่างรวดเร็วภายในเสี้ยวนาที ในส่วนของระยะทางสูงสุดถึง 20 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเต็ม 1 ครั้ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักสัมภาระในกระเป๋าด้วย หากใส่ของเยอะก็อาจจะใช้ได้ไม่ถึง 20 กิโลเมตร  ส่วนการออกแบบบอกเลยว่าหรูหรามาก ๆ รับรองว่าลากผ่านใครเขาก็ต้องมองตามกันเป็นแถว ฉะนั้น ULKA จึงถือเป็นกระเป๋าอัจฉริยะ ที่นักเดินทางทั้งหลาย ควรเลือกซื้อมากเก็บไว้ เพื่อทุ่นแรงในการเดินทางให้กับท่าน

ใครที่กำลังมีแพลนจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ รีบไปตำกระเป๋าแบรนด์ดัง 1 ใน 5 แบบ ที่การันตีเรื่องความทนทาน เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการเดินทางให้ทริปของท่าน ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปเลยค่ะ การใช้กระเป๋าเดินทางที่ดีและทนทาน จะช่วยเซฟท่านจากสถานการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ฉะนั้น ทุกครั้งที่เดินทางไกล ต้องเลือกกระเป๋าเดินทางกันดี ๆ นะคะ